วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ลดน้ำหนักเปลี่ยนเรา หรือเราเปลี่ยนตัวเอง

    
วิธีการแบ่งมื้ออาหารของผู้เขียน


           มื้อเช้า  จะเริ่มประมาณ 9 โมงค่ะ ก่อนหน้านั้นตื่นมาจะดื้มน้ำเปล่า 2 แก้ว หรือ บางวันถ้าขยันจะทำน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งชงน้ำอุ่นดื่มค่ะ แล้วไปเข้าห้องน้ำ ทำกิจวัตรส่วนตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะชั่งน้ำหนัก!
มื้อเช้าก็ทั่วไปค่ะ เลือกทาน ทานข้าวได้ แต่พอดีๆ แต่ช่วงนี้ทานของทอดของมันให้น้อยที่สุดค่ะ

            ระหว่างวัน  ทานผลไม้ค่ะ แอปเปิ้ลเขียว กล้วย ฝรั่ง โยเกิร์ต

         มื้อกลางวัน+มื้อเย็น  ผู้เขียนทานรวมกัน ตอนเวลาประมาณบ่าย 3 ค่ะ มื้อเย็นก็พวกแกงจืด ยำ ส้มตำ สุกี้น้ำ สลัด

พอเวลาประมาณ 4 โมงเย็นก็จะออกกำลังกายค่ะ ผู้เขียนทำแบบนี้อย่างจริงจัง 

สิ่งที่ไม่ทานเลยก็คือ

  • น้ำอัดลม  เลิกอันนี้ได้ชีวิตดีค่ะพูดเลย รวมถึงน้ำหวาน ชาหวานๆ เอาเป็นว่า น้ำเปล่าล้วนๆค่ะ
  • ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ ฝังใจกับข้าวมันไก่มาก เพราะตอนเด็กๆชอบทานมาก ทานทุกวัน สะสมทุกวันโดยไม่รู้เลยว่า kcal มันเยอะแค่ไหน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมน้ำหนักตัวไปไกล จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่ทานค่ะ มันรู้สึกผิดกับตัวเอง 555
  • ฟาสฟู้ด  เลิกค่ะ พิซซ่า เคเอฟซี แมคดอนัล ไม่ไปเหยียบพักใหญ่ๆเลยค่ะ
  • ขนมหวาน  ปกติเป็นคนชอบทานขนมมาก ยิ่งขนมไทยนะคะของโปรดเลย แต่เรื่องน้ำตาลก็นั่นแหละค่ะ จะลดก็ต้องทำใจให้ได้ ผอมแล้วค่อยกิน อ้อ รวมถึงพวกขนมกรุบกรอบ ลูกอมด้วยนะคะ
  • หมูกระทะ  มันมักมาทุกเทศกาลงานฉลอง งดค่ะ ใครชวนไปบุฟเฟ่ต์หมูกระทะ ไปต่อรองเลยค่ะ เปลี่ยนเป็นพวกสุกี้ ชาบูแทนได้ไหมแก



    ใครจะรู้คะว่าการลดน้ำหนักจะเปลี่ยนนิสัยเราได้ขนาดนี้ ผู้เขียนนอกจากควบคุมการทานอาหารแล้ว ยังหันมาเข้าครัวทำอาหารเองด้วยนะคะ ธรรมดาที่ไหน 5555 เพราะการทำอาหารทานเอง เราควบคุมได้ว่าจะใส่อะไรบ้าง อ้วนไม่อ้วน ถ้าไปซื้อเขาเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปจุกจิกเรื่องมาก และไม่รู้ด้วยว่าเขาใส่อะไรบ้างถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น ทำอาหารเองค่ะดีมาก ฝึกความเป็นแม่ศรีเรือนไปในตัว ฮ่าๆ



ชามนี้ก็ไม่เบานะ 555



นี่เป็นเมนูพื้นฐานของชีวิตช่วงนั้น



อันนี้ร้อนแรงหน่อย



สุกี้ที่รัก เป็นไปได้ก็เน้นผักเยอะๆนะคะ



สลัดผลไม้



สลัดผัก ที่ใครๆบอกว่าน้ำสลัดครีมแบบนี้ไม่เวิร์ค ส่วนตัวผู้เขียนว่าก็ไม่ขนาดนั้นนะคะ 
กินน้ำสลัดครีมแบบนี้ได้ แต่ว่าใส่น้อยๆ ใส่แค่ให้เราพอที่จะเอาผักเข้าปากได้แบบพอมีรสชาติอ่ะค่ะ 
แต่ถ้าใครกินผักสดได้เลยยิ่งดี แต่ตามร้านสลัดทั่วไป แบบบ้านๆก็คงหาสลัดน้ำใสยากอยู่นะคะ






ฮั่นแน่!!! อยากรู้ล่ะสิว่าทำไปขนาดนี้ผลเป็นอย่างไร ?
ระยะเวลา 1 เดือนครึ่ง ผู้เขียนจริงจังกับการลดครั้งนี้มากนะคะ ไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย
 ผลก็คือ...


จาก 86 กก. ---> 78 กก. (หายไป 8 กก.)




          รูปบางส่วนจากงานนะคะ เอามาให้ดู อาจจะไม่ชัดเจนมากว่าลดลงไป แต่เจ้าตัวเองรู้สึกเลยค่ะว่ามันเบาขึ้น คล่องแคล่วว่องไวมากขึ้น

       จะว่าไปนึกย้อนดูแล้วเสียดาย ที่ตอนนั้นลดได้แค่นี้ แต่ 8 กก.ใน 45 วัน ก็ถือว่ามันเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อการลดน้ำหนักของผู้เขียนได้ดีมากๆ พอเรารู้หลัก รู้จักเทคนิคที่ช่วยเราในการลดน้ำหนักได้ มันก็เริ่มสนุกค่ะ 

เทคนิคที่ผู้เขียนใช้ควบคู่กับการนับแคลลอรี่และออกกำลังกาย

  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ แนะนำให้เป็นน้ำเย็นด้วย จะช่วยให้เราสดชื่น เวลาหิวๆ ท้องว่าง อัดน้ำเปล่าไปเยอะๆค่ะ จิบทั้งวัน มันจะช่วยให้เราหิวน้อยลง เพราะไปกินพื้นที่ในกระเพาะอาหาร
  • ทานกล้วยค่ะ กล้วยหอม กล้วยไข่ ทานก่อนมื้ออาหารสักลูกสองลูก ช่วยให้เราอิ่มนานขึ้น และทานอาหารได้น้อยลง
  • พยายามขยับตัวบ่อยๆ ตามสโลแกน "แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย" 555 เปลี่ยนการนอนว่างๆเป็นยกขามาปั่นจักยานอากาศ ซิทอัพ ใครใช้ให้เดินไปไหนอาสาค่ะ หนูทำเอง ไปไหนที่มีบันไดถ้าไม่สูงมากก็เดินค่ะ ไม่ขึ้นลิฟต์ 
  • นอนหนีหิว นี่เป็นวิธีที่เวิร์คสุดๆค่ะ ก็แน่ล่ะว่า เราทานมื้อเย็นตั้งแต่บ่าย 3 ไปออกกำลังกายมาอีก หิวเร็วแน่ๆค่ะ สัก 2 ทุ่มเริ่มท้องร้องแน่ ตัดใจค่ะ หนีขึ้นห้อง กินน้ำเปล่าเยอะๆ หาอะไรทำอย่าให้ตัวเองว่าง เดี๋ยวฟุ้งซ่าน แล้วจะตบะแตกลงมารื้อครัว ไม่ได้นะคะ!!! เอาชนะใจตัวเองให้ได้นะ ทางที่ดี นอนเลยค่ะ หลับซะเถอะจะได้ไม่เป็นภาระของกระเพาะอาหาร แถมการนอนเร็วมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ หน้าตาก็สดชื่น ผิวพรรณดีอีกด้วยน้าาา



1 ความคิดเห็น: