หลังจากผ่านการลดน้ำหนักระยะที่ 2 ไปได้ก็พักค่ะ
พักในที่นี้หมายถึง เราไม่ได้จำกัดการทานของเรามากเหมือนที่ผ่านมา ไม่ได้ฟิคว่าอันนั้นไม่ได้ อันนี้ไม่ได้เลย อยากทานอะไรก็ให้รางวัลกับตัวเองค่ะ แต่!!! พึงระลึกเสมอนะคะ ว่ากว่าเราจะทำได้ขนาดนี้ เราผ่านอะไรมามากแค่ไหน เหนื่อยแค่ไหน แล้วเราจะตามใจปากตามใจตัวเองเพื่อกลับไปเป็นแบบนั้นอีกเหรอ?
ผู้เขียนพักจากการลดจริงจังไปประมาณ 3-4 เดือน น้ำหนักก็ยังคงตัวอยู่ที่ 78 กิโลกรัมเท่าเดิมนะคะ อาจจะบวกลบไม่เกิน 80 กก. ถามว่าทำไมหยุดนานจัง ตอนนั้นเปิดเทอมค่ะ ช่วงเปิดเทอมผู้เขียนไม่กล้าหักโหมมาก เนื่องจากเราต้องใช้พลังงงาน ต้องใช้สมองเรียนหนังสือ ต้องเล่นกีฬา ทำอะไรหลายอย่าง ถ้าเรากินน้อยเหมือนที่ผ่านมา อาจจะวูบได้ อันตรายค่ะ ไม่คุ้มกับการเสี่ยง รอปิดเทอมดีกว่า แต่การพักนานๆ ใจสำคัญมากนะคะ ผู้เขียนรู้สึกโหยหาการนับแคลลอรี่กับการออกกำลังกายมากค่ะ อยากปิดเทอมไวๆ แต่เราก็ยังควบคุมการทานนะคะ ไม่ปล่อยนะ
ปิดเทอมเล็กผ่านไป ก็ลดค่ะวิธีเดิมทุกอย่าง + ช่วงม.6 ค่ะ เครียดสิคะ สอบเยอะ อ่านหนังสือ การบ้าน งานกลุ่ม ทุกอย่างรุมเร้าชีวิต เป็นมรสุมของชีวิตช่วงหนึ่งที่บอกเลยว่า เด็กม.6 น่าสงสารมากนะคะ ก็ค่อยเป็นค่อยไปค่ะน้ำหนักตัวก็ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือ 74 กิโลกรัม
หลังจากปิดเทอมยาวๆเกือบจะครึ่งปี รอแอดมิดชั่น ก็ไปทำงานพิเศษค่ะ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่ ผสมกับความขี้เกียจนั่นแหละค่ะ มาสำนึกได้ตอนจะเปิดเทอมไม่กี่เดือนว่าทำไมไม่ลดน้ำหนักอีก นี่เรากำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยนะเฟ่ยยย
ผลแอดประกาศออกมาแล้ว...มีที่เรียนแล้ว
ลดน้ำหนักก่อนเปิดเทอมค่ะ ประมาณ 1 เดือน ลงไป 3 กก. เหลือ 71 กก.
92 ---> 71 21 กก.ที่หายไป
หลังเปิดเทอม...จุดนี้พีคอีกเช่นเคย กับกิจกรรมสารพัด ปรับตัวกับการใช้ชีวิตเฟรชชี่ในมหาวิทยาลัยค่ะ ผู้เขียนต้องไปอยู่หอพักใกล้มหาวิทยาลัย นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกช่วงหนึ่งค่ะ เหมือนชีวิตโตไปก้าว ได้ออกไปเผชิญโลกกว้างใบใหม่ ได้ทำอะไรที่แอดเวนเจอร์มากขึ้น ที่สำคัญการอยู่ในที่ๆไม่มีคนคอยเอาใจ คอยหาให้ทาน มันก็ไม่ค่อยอยากทานอะไรค่ะ ตรอมใจ 555
ปั่นจักรยานรอบมอ
ที่ออกกำลังกายในพระราชวังสนามจันทร์
สนุกสนานมากค่ะกับชีวิตช่วงแรกในมหาวิทยาลัย ยิ่งพอเข้ากิจกรรมเชียร์ กิจกรรมรับน้องใหม่ โอ้โห...สนุกจนเหงื่อไหล ในส่วนนี้เราจะไม่พูดถึงรายละเอียดนะคะ เอาเป็นว่าได้ออกกำลังกายแน่ๆทุกเย็น ตลอดระยะเวลาช่วงหนึ่งที่มีกิจกรรม เป็นข้อดีสำหรับผู้เขียนค่ะ ได้ลดน้ำหนัก ได้รู้จักเพื่อน ได้รู้จักพี่ๆสายรหัส พอกิจกรรมนี้ผ่านไป...น้ำหนักก็หายไป 3 กิโลกรัมค่ะ เหลือ 68 กก.
เวลาผ่านไป หมดฤดูกาลรับน้อง ก็เป็นช่วง เรียนหนัก รักพัง ตังค์ไม่มีค่ะ 555 ผู้เขียนก็พยายามลดอยู่อย่างต่อเนื่อง เรื่อยๆค่ะ ไม่รีบร้อนอะไร (เหรอ) เราก็ค่อยๆตั้งเป้าหมายไปค่ะ ทีละน้อย เวลาท้อก็นึกถึงวันเก่าๆ ดูรูปเก่าๆ หาแรงบันดาลใจอยู่เสมอ อดีตที่ผ่านมามันสอนอะไรหลายอย่าง และจริงๆแล้ว การลดน้ำหนักมันใช้หัวใจ กับความพยายามมากจริงๆ
ปัจจุบัน...66 กก.
ไม่มีใครจะรักเรา...ได้ดีเท่ากับเรารักตัวเองค่ะ
และผู้เขียนก็เชื่อว่า ถ้าเราตั้งใจจริงๆกับการทำอะไรสักอย่าง ไม่มีคำว่าทำไม่ได้หรอกค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ...
สู้ๆกันต่อไปนะคะ
หวังว่า blog นี้จะเป็นประโยชน์ให้ผู้ที่อยากลดน้ำหนักนะคะ
ใครเขาจะล้อว่าเราอ้วนยังไง ก็ช่างเขาค่ะ เสียงนกเสียงกา เขาไม่รู้ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง แต่เรารู้ ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆค่ะ ฟังเสียงหัวใจตัวเองก็พอ แล้วเก็บไอ้คำว่า คำล้อเลียนเหล่านั้นมาเป็นพลัง ว่าวันหนึ่ง เราจะเอาสุขภาพดีๆ ชีวิตดีๆ ...
ไปตบหน้ามัน!!!
ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ลดน้ำหนักทุกท่าน เปลี่ยนเถอะค่ะ ชีวิตดีๆรอคุณอยู่ หากผู้อ่านอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมตรงไหน หรือมีอะไรอยากสอบถามอะไรก็คอมเม้นท์ไว้ได้เลยค่ะ
คนเคยอ้วนจะไม่ดูถูกคนอ้วน...ประโยคนี้ยังใช้ได้ดีเสมอ
ไว้เจอกันใหม่เมื่อมีโอกาสค่ะ สวัสดีค่ะ :)



























